ฮู้ ฮู******
ช่วงนี้ก้อยังไม่พ้นช่วงสอบ-*-
วันนี้ไปสอบมา เพิ่งกลับถึงบ้าน อยากกริ๊ดมากตอนทำข้อสอบ T-T ทำม้ายยยยย พระเจ้า ไม่ช่วยลูกช้างเยย ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เปิ้ลบอกว่าอย่าร้องไห้ ยังมีวิชาอื่นให้เครียดกว่าอีก ฮือๆ เปิ้ลๆเค้ามะไหวแย้ว.... ตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำมาก ยกเว้นเรื่องเดียวคือการอ่านหนังสือสอบง่ะ แง้วๆ เด่ะไม่ดีๆอย่าเลียนแบบ
เปลี่ยนอารมณ์ด้วยความรวดเร็ว
มาคิดๆดู เวลาแต่งกลอนเนี่ย เราลงมั่วซั่วอยู่ปะปนในหลายๆ entry วันนี้เลยเอามาลงทั้งหมดเลยที่เคยแต่งมา เก็บไว้อ่านเล่น อิอิ พอเอาลงรวมๆแล้ว รู้สึกเราจะแต่งลงท้ายด้วย "เอย" ซะเป็นส่วนใหญ่แฮะ แหะๆ อ่านๆไปแล้วอย่าคิดไรมากมันไม่ค่อยสัมผัสหรอก ก๊ากกก...
เริ่มแรก เป็นอันที่แต่งตอนเขียนบล๊อกครั้งแรก
" ยามตะวันลาลับขอบฟากฟ้า
รัตติกาลเคลื่อนคล้อยเข้าปกคลุม
แม้ใจเจ้าจะกลัวและว้าวุ่น
แสงจันทร์กรุ่นจักส่องนำทางเจ้าเอย "

อันนี้เขียนตอนวันพ่อ
" ข้าแต่เทพไท้ทั่วทั้งถิ่นไทย
โปรดบรรดาลให้พ่อหลวงแดนสยาม
จักพลาดแผ้วผองภัยทุกโมงยาม
ฤทธิ์เกรงขามเป็นมิ่งขวัญปวงชนเอย "

ต่อด้วยกลอนในนิยายของเราเอง ที่หลายคนบอกว่าอ่านแล้วมะเข้าใจ T-T
" อันชื่อนั้นช่างสำคัญเสมอเหมือน
ภายในเดือนหนึ่งหนึ่งจักพบสอง
ยามแรกเท็จอีกยามจริงหากเมียงมอง
ยามที่ปรองเลื่อนห่างกันชั่วเจ็ดคืน
ออกเดินทางเมื่อตะวันสิ้นฟากฟ้า
ยามนภาไร้เมฆาสว่างไสว
จงใช้นามนามนั้นนำเจ้าไป
สิ่งจักใคร่จักพบใกล้ฟ้าเอย "

" หากชีวิตคนเราเป็นดั่งลม
ขอลมจงพัดนิ่งไม่สั่นไหว
หากเหนื่อยยากขอเจ้าจงปล่อยใจ
ให้คล้อยไหวดั่งเช่นสายลมเอย"

อันนี้เกิดขึ้นในช่วงสอบ แล้วเกิดความพีคเกินพิกัด
" โอ้ละหนอเจ้าข้อสอบอันแสนโฉด
ใยเจ้าโหดออกมายากเป็นหนักหนา
(แง่ง) ปัญญาข้านี้มิอาจจะนำพา
ซึ่งเอมาให้ได้สุขดั่งใจเอย "

ต่อด้วยที่แต่งให้กาตูนวายเล่มแรก ก๊ากกก
" อันการ์ตูนมีมากแนวหลากหลาย
ใยข้ากลายแปรเปลี่ยนเฉกเช่นนี้
อาจเป็นเพราะเบื่อแนวที่เคยมี
สดุดีให้แก่เจ้า การ์ตูนว...าย "

และสุดท้าย แต่งใหม่ สดๆร้อนๆให้เพื่อนๆทุกคนก๊าบบบ
" หากเพื่อนข้าเปรียบความทุกข์ดั่งความมืด
ที่คอยกลืนความสุขความสุขสันต์
ข้าคนนี้จะขอเป็นดั่งแสงจันทร์
จักตั้งมั่นแปรทุกข์ไซร้เป็นสุขเอย "
