2005/Dec/22

เรื่อง by Moonlight~เห็ดน้อย

ชื่อเรื่อง: Moonlight's Miracle ตอนกลาง

แนว: Smooth Piece

แต่ง: ฉลองวันคริสต์มาส + อากาศเป็นจายมั่กๆ


แม้จะผ่านไปเนิ่นนานถึง 6 ปี แต่ทุกๆอย่างยังคงชัดเจนเหมือนเดิมมิผิดเพี้ยนในสายตาของลอเรนซ์ เลอเบลล์ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่ดูแคลนที่คนในหมู่บ้านส่งให้เค้าอยู่เป็นเนืองๆ หรือจะเป็นเรื่องเจ้าสมุนไพรเจ้าปัญหาที่เขาายังไม่สามารถหามันพบได้

ถึงกระนั้นก็ตาม ทุกๆอย่างดูจะไม่เลวร้ายเสมอไป เมื่อนายลอเรนซ์มีลูกกับนางลิลลี่เป็นลูกชายหญิงฝาแฝด ลูคัสและลูเซีย เลอเบลล์ ซึ่งกำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด ทั้งซุกซน อีกทั้งยังคอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับเขาและภรรยาเสมอ ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ราล์ฟ เลอเบลล์ ที่ชายแท้ๆของลอเรนซ์ผู้เป็นนักผจญภัยตัวยง ได้มาเยี่ยมครอบครัวของลอเรนซ์ที่หมู่บ้านแห่งหิมะนี้และได้นำหนังสือที่บอกวิธีสกัดหญ้าแสงจันทร์เพื่อทำเป็นยาอย่างละเอียด มาให้แก่ลอเรนซ์ หลังจากที่ราล์ฟได้ทราบข่าวที่หายไปนานของน้องชาย ว่ากำลังหาวิธีค้นพบและสกัดหญ้าแสงจันทร์อยู่ จริงๆแล้วลอเรนซ์ได้ส่งจดหมายไปบอกข่าวแก่ราล์ฟตั้งแต่ก่อนที่เขากับลิลลี่จะแต่งงานกัน แต่เขาก็รู้ดีว่าเจ้าพี่ชายตัวแสบของเขาชอบเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว กว่าจะกลับบ้านก็นานหลายเดือน บางทีก็เป็นปีแต่ครั้งนั้นดูจะนานมากจนเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ

สองเหตุผลนี้เองที่ทำให้ลอเรนซ์มีกำลังใจจะคันหาสมุนไพรแสงจันทร์ต่อไป ทุกวันนี้เขาอ่านหนังสือวิธีสกัดสมุนไพรอย่างละเอียดจนจำได้แม้แต่รายละเอียดปลีกย่อย และมีอุปกรณ์พร้อมทุกเมื่อที่จะสกัดทำเป็นตัวยารักษาโรคเพียงแต่เค้ายังไม่พบมัน สมุนไพรแสงจันทร์ที่ในหนังสือกล่าวว่ามีขึ้นอยู่ในหมู่บ้านแห่งหิมะแห่งนี้แน่นอน แม้จะพบเห็นได้ไม่มากนักก็ตาม

ปล่องไฟของบ้านครอบครัวเลอเบลล์ขณะนี้กำลังปล่อยควันสีขาวม่น บ่งบอกถึงฤดูที่หนาวเย็นที่สุดในรอบปีแทบจะทุกบ้านจะก่อไฟในเตาผิง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นภายในบ้าน ครอบครัวเลอเบลล์ก็เช่นกัน ภายในห้องนั่งเล่นอันแสนอบอุ่นของบ้าน เตาผิงที่ก่อจากอิฐที่แดง ขณะนี้มีไฟลุกโชนอยู่ภายใน เผื่อแผ่ความอบอุ่นไปทั่วทุกสารทิศในห้อง ห้องนั่งเล่นแห่งนี้กำลังถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของกระดาษสีต่างๆที่ลูคัสและลูเซียตัดเป็นรูปสัตว์ต่างๆ และต้นคริสต์มาสขนาดพอเหมาะกับห้อง ที่ลอเรนซ์จัดหามา กำลังถูกประดับประดาไปด้วยของตกแต่งมากมาย เจ้าพิกซี่สุนัขหนุ่มสีขาวตัวโปรดของทุกคนในบ้านกำลังวิ่งไปรอบๆห้อง เหมือนกับรู้สึกตื่นเต้นถึงงานรื่นเริงที่กำลังมาถึง พิกซี่อยู่ที่บ้านนี้มา2ปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่ลอเรนซ์ได้รับมันมาจากนักพเนจรคนหนึ่งเมื่อ2ปีที่แล้ว มันเป็นสุนัขที่ฉลาดและดูจะทนหนาวได้มาก โดยสังเกตุจากขนฟูๆนุ่มๆน่ากอดของมัน

" ปีนี้พี่จะขออะไรจากคุณลุงซานต้าอย่างนั้นหรอ? " เสียงใสๆเล็กๆ จากน้องสาวตัวเล็กถามพี่ชาย
" พี่อยากให้พ่อหามันเจอจังเลยนะ ไอ้เจ้าสมุนไพรที่พ่อไปหาอยู่เกือบทุกวันเนี่ย " เสียงจากผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดที่อายุแก่กว่าเพียงไม่กี่นาทีตอบกลับ
" แล้ว ลูเซียละ อยากได้อะไรหรอ? "
" ลูเซียอยากเล่นกับเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน ทำไมแม่ถึงห้ามนะ ถ้าลูเซียขอลุงซานต้าได้ ลูเซียอยากมีเพื่อนเยอะๆจัง พี่ชาย "
เด็กชายผู้พี่รู้ดีว่าเพราะสีผมและสีตาของพวกเขา ทำให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านไม่ต้องการให้ลูกๆของพวกเขามายุ่งกับเด็กฝาแฝดคู่นี้ และเพราะแม่เขากลัวว่าลูเซียจะเสียใจ จึงได้สั่งห้ามยุ่งกับเด็กคนอื่น โลกของลูเซียจึงมีแค่บ้านที่เขาอยู่ เรือนกระจกสีขาว พ่อ แม่ พี่ชายฝาแฝด และเจ้าพิกซี่ คอยอยู่เป็นเพื่อน เธอจึงปรารถนาเป็นที่สุดที่จะได้ออกไปเล่นภายนอกบ้านกับเด็กคนอื่นๆ
" ถ้าคำขอของลูเซียเป็นจริง ก็ดีสิเนอะ " ผู้เป็นพี่ตอบ
" ของพี่ก็เหมือนกัน ลูเซียเห็นพี่ชายขออย่างนี้มาตั้งแต่ปีก่อนๆแล้ว ลูเซียก็สงสารคุณพ่อเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรามาอธิษฐาน ขอกับลุงซานต้ากันเถอะนะพี่ชาย " เสียงดังใสแจ๋วจากน้องสาวที่ผู้เป็นพี่ชายเอ็นดูมากที่สุดตอบกลับมาอย่างนั้น แล้วทั้ง2ก็หย่อนคำอธิษฐานใส่ลงในถุงเท้าที่นางลิลลี่ถักขึ้นและนำมาแขวนบริเวณปล่องไฟเหนือเตาผิงภายในห้องนั่งเล่นที่มีเจ้าพิกซี่นอนขดตัวอยู่ใกล้ๆ

เช้าวันที่ 15 ธันวาคม ลมหนาวพัดโชยมากับกลิ่นหิมะที่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน วันนี้นายลอเรนซ์ต้องออกไปที่โรงนา กลางหมู่บ้านเพื่อขอแบ่งหญ้าแห้งและฟางแห้ง ที่ขนมากับรถไฟสายสโนว์แลนด์เพื่อนำมาเป็นอาหารพวกแกะที่เค้าเลี้ยง ฤดูอื่นที่ผ่านๆมา แม้อากาศบนหุบเขาหิมะจะเย็นเกือบตลอด แต่ก็ยังพอมีหญ้าแซมๆขึ้นกันพอให้พวกสัตว์ออกไปหาอาหารกินเองได้บ้าง เพียงแต่ฤดูหนาวที่หิมะตกโปรยปรายเกือบทุกวันอย่างนี้ คงไม่สามารถหาหญ้าได้ หมู่บ้านแห่งหิมะจึงต้องสั่งหญ้าและฟางแห้งจากเมืองที่อบอุ่นกว่าในละแวกใกล้เคียงให้มาส่ง ถึงแม้ว่าทางหมู่บ้านจะมีกักตุนไว้บ้าง แต่ก็คงจะไม่พอให้คนทั้งหมู่บ้านใช้ตลอดหน้าหนาวนี้ นายลอเรนซ์ยังดีใจที่หัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้รังเกียจเขามากเหมือนคนในหมู่บ้านคนอื่นๆ อย่างน้อยๆหัวหน้าหมู่บ้านก็ยังแบ่งหญ้าและฟางแห้งให้ และพยายามจะพูดให้คนอื่นๆในหมู่บ้านเข้าใจว่าลอเรนซ์ก็สมควรจะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งในหมู่บ้านได้แล้ว

" พ่อจ๋า ให้ลูเซียไปด้วยนะ ลูเซียอยากไปช่วยขนหญ้ามาให้เจ้ามู นะ นะ " เสียงใสแจ๋วปนอ้อนเล็กๆของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น ขณะพ่อและพี่ชายของเธอกำลังจะออกไปที่โรงนา
" ไม่เป็นไรนะ ลูเซีย พ่อกับลูคัสไปแค่แปปเดียว เดี๋ยวก็กลับแล้ว พ่อรู้ว่าลูเซียรักมูมาก แต่อยู่ช่วยแม่ทำอาหารอุ่นๆให้พ่อกับพี่ ตอนออกไปขนฟางมา ดีกว่านะ " ผู้เป็นพ่อตอบ
" ใช่แล้ว ลูเซีย พี่จะรอกินซุปร้อนๆนะ เพราะงั้นน้องอยู่กับเจ้าพิกซี่ คอยช่วยแม่ทำอาหารนะ " ผู้เป็นพี่ชายกล่าวขึ้นบ้าง
" แต่........"
" มาเถอะ ลูเซีย ไปช่วยแม่ทำซุปดีกว่านะ " เมื่อผู้เป็นแม่พูดขึ้น เด็กหญิงตัวน้อยจึงจำใจต้องเดินตามแม่เข้าครัวไปพร้อมกับเจ้าพิกซี่ ลูคัสรู้ดีว่าลูเซียเพียงแต่ต้องการออกไปเดินดูรอบๆหมู่บ้าน เพื่อเปิดหูเปิดตาบ้าง โดยเอามู เจ้าแกะตัวอ้วนที่ครอบครัวเขาเลี้ยงไว้รีดน้ำนมเป็นข้ออ้าง แต่ดูเหมือนทุกคนในบ้านจะคิดว่าลูเซียยังไม่พร้อมที่จะต้องพบเจอกับสายตาเย็นชาของคนในหมู่บ้าน พวกเขาจึงต้องทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะปกป้องเจ้าหญิงตัวน้อย ผู้แสนสำคัญของบ้านไว้

ลอเรนซ์และลูคัสกำลังจะเดินถึงโรงนากลางหมู่บ้าน ทั้งสองก็ได้ยินเสียงโวกเวกดังแว่วมาจึงรีบเดินเข้าไปดู
" ท่านควรจะกลับไปก่อนที่รถไฟจะออกนะ ท่านลุง " เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น
" ใช่แล้วละ ที่นี่ไม่มีที่พักที่จะให้ท่านพักอยู่ตั้งครึ่งเดือนได้หรอกนะ " อีกเสียงก็เห็นด้วยเช่นกันนั่นเองเป็นที่มาของเสียง นายลอเรนซ์คิดดังนั้น จึงเข้าไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน และได้รู้ว่า ชายวัยกลางคนผมสีทองเริ่มมีผมขาวแซมนิดๆ นัยน์ตาสีฟ้า กำลังต้องการที่พัก หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน เพราะตนเจ็บแผลที่ขาไม่สามารถนั่งรถไฟต่อไปได้ไหวและเป็นที่รู้กันว่าคนทั้งหมู่บ้านไม่ได้ต้องการให้คนแปลกหน้ามาพักอาศัยอยู่ นายลอเรนซ์เห็นสีตาและสีผมของชายผู้นั้นแล้วก็เข้าใจขึ้นทันที
" ท่านลุง ไปพักที่บ้านข้าก็ได้นะ " ในที่สุดนายลอเรนซ์ก็พูดออกไปทุกคนที่รุมล้อมอยู่กับชายแปลกหน้าหันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน
" เจ้าคนจร เจ้าไม่ต้องพูดดีไป ที่ตอนนี้เจ้ายังอยู่ในหมู่บ้านได้ ก็เพราะลิลลี่นะ รู้ไว้ซะด้วย " เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร และนั่นเป็นชนวนให้อีกหลายๆเสียง พากันกล่าวขึ้นในลักษณะเดียวกัน
" เอาละๆ พอได้แล้ว ข้าจะตัดสินเอง เวนซ์ ข้าเคยพูดหลายครั้งแล้วนะ เรื่องลอเรนซ์น่ะ เจ้าควรจะยอมรับเขาเป็นคนหนึ่งในหมู่บ้านได้แล้ว เขายังเคยนำเมล็ดพืชที่ปลูกในเรือนกระจกมาแจกจ่ายให้พวกเราเลยไม่ใช่หรอ หรือว่าเจ้าจะลืมไปแล้ว "
เสียงหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้น กลบเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่กำลังดังอยู่ได้เงียบสนิท
" ก็ได้ ท่านหัวหน้า แต่ข้าก็บอกท่านแล้วว่า หวังว่าจะไม่มีคนอื่นอีก ยังไงละท่าน " เสียงจากเวนซ์ยังดังขึ้นอีก
" แต่ชายผู้นี้ เดินทางต่อไม่ไหวนี่ท่านเวนซ์ เพียงแค่ให้เขาพักอยู่ที่บ้านข้า แค่15คืนเท่านั้น ข้ารับรอง จะไม่ให้เค้ามาเดินเผ่นผล่านในหมู่บ้านตอนกลางวันแน่นอน " เสียงออกความเห็นจากผู้มีนัยน์ตาสีแดง ผมเงินกล่าวขึ้น
" เอาเป็นว่า ตกลงตามนี้ละกันนะ เวนซ์ ... เอ้า คนอื่นๆ ไปขนฟางกับหญ้าแห้งได้แล้ว " หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวขึ้น
หลังจากนั้นชาวบ้านคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปขนข้าวของของตัวเอง
" ยังไงก็ขอบใจเจ้าจริงๆนะ ลอเรนซ์ เอาละ ไปเอาฟางของเจ้าเถอะ " หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวขอบใจลอเรนซ์ก่อนจะเดินไปช่วยจัดแบ่งฟางให้คนอื่นๆ

เมื่อตะวันส่องแสงเจิดจ้าเหนือหัวของทุกคนในหมู่บ้าน นายลอเรนซ์ก็เสร็จจากภารกิจขนหญ้าแห้งและตรงที่จะกลับบ้าน
" กลับมาแล้วจ้า " ลอเรนซ์กล่าวขณะกำลังเดินเข้าบ้าน และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ลูเซียวิ่งมาถึงหน้าบ้านพอดีเพราะเห็นพ่อและพี่ชายของเธอจากห้องครัว
" พ่อ พี่ชาย กลับมาแล้วหรอ ลูเซียทำอาหารเสร็จพอดีเลย " เสียงเล็กๆดังขึ้น
" แหม แม่ทำต่างหากไม่ใช่หรอ ลูเซีย " ผู้เป็นพี่ชายกล่าวเหน็บแนมด้วยความเอ็นดู
" โธ่ พี่ก็... เหมือนๆกันนั่นแหละ " เจ้าน้องสาวตัวดียังคงเถียงไม่เลิก
" อ๊ะ มีคุณลุงมาด้วย สวัสดีค่ะคุณลุง หนูชื่อลูเซียค่ะ"
หลังจากแนะนำตัวกันสักพัก ทั้งหมดก็นั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารเล็กๆกลางห้องนั่งเล่น และทานอาหารฝีมือลิลลี่กับลูเซีย ที่รู้สึกว่าลูเซียจะช่วยยุ่งซะมากกว่า ส่วนเจ้าพิกซี่ก็นั่งกินอาหารของมันอยู่ข้างๆเตาพิงที่ประจำของมัน โดยไม่ได้เห่าใส่คนแปลกหน้าที่มาพร้อมกับเจ้านายของมันเลย เหมือนกับว่ามันรู้ว่าคนผู้นี้มาแบบเป็นมิตรและไม่ได้คิดร้ายต่อครอบครัวเลอเบลล์นี้

ทั้งหมดจึงได้รู้อีกว่า ชายวัยกลางคนผู้นี้ คุยได้ถูกคอกับนายลอเรนซ์เป็นอย่างมาก พวกเขาคุยกันถึงเรื่องโลกภายนอกที่ราล์ฟ พี่ชายลอเรนซ์มักจะแวะมาบอกข่าวสารอยู่ทุกๆ2-3เดือน และยังเรื่องสมุนไพรต่างๆ เพราะทั้งสองคนต่างเป็นนักพฤกษศาสตร์ที่สนใจในเรื่องสมุนไพรเหมือนๆกันหลังจากทานอาหารกลางวันมื้อใหญ่ไปแล้วลอเรนซ์ก็ดูบาดแผลที่ขาขอแขกผู้มาเยือน และกล่าวว่าบาดแผลคงหายอีกไม่ช้า แต่ตอนนี้อากาศที่หนาวมากทำให้แผลเกิดปวดขึ้นมา เขาจึงทายาสมุนไพรให้ และยังคงคุยติดลมอยู่กับนายผู้สูงวัยกว่าอยู่นานจนล่วงเลยมาถึงช่วงเวลาน้ำชายามบ่าย และมื้อเย็นในที่สุด หลังจากมื้อเย็นผ่านไป บุรุษที่ชื่อทานาส ลาคัสผู้นี้ยังคงสร้างเสียงหัวเราะให้กับ ทุกคนในบ้านโดยการเล่นกลเล็กๆน้อยๆที่ลูเซียดูจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ

" นี่ใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้วสินะ " เสียงทุ้มลึกจากคนหน้าใหม่ในบ้านกล่าวขึ้นขณะลูเซียกำลังนั่งเล่นกับเจ้าพิกซี่ใกล้ๆต้นคริสต์มาสภายในห้องนั่งเล่น
" ใช่แล้วค่ะ ลูเซียได้ของขวัญจากลุงซานต้าทุกปีเลยด้วย " เสียงเล็กใสดังก้องกังวาลตอบกลับ
" อย่างนั้นหรอ ดีจริงๆนะ แล้วปีนี้ขออะไรจากลุงซานต้าละ ลูเซีย "
" เป็นความลับค่ะ หนูบอกแต่พี่ลูคัสคนเดียวทุกปี แต่คุณลุงซานต้าก็ให้สิ่งที่หนูอยากได้ทุกปีเลยค่ะ "
" โอ้... หนูนี่โชคดีจริงๆนะ "
" ค่ะ แต่ปีนี้หนูขออะไรที่ยากมาก ไม่รู้ลุงซานต้าจะทำให้ได้รึเปล่านะสิค่ะ " เสียงเล็กใสในตอนนี้กลับม่นลงไปอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อทานาสเห็นดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงดินฟ้าอากาศแทน

2วันผ่านไป ในวันที่หิมะยังคงตกหนักอยู่เหมือนวันก่อนๆ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เก็บตัวหาความอบอุ่นจากบ้านของพวกเค้า ปล่องไฟของทุกบ้านในหมู่บ้านหิมะปล่อยควันสีขาวม่นล่องลอยปะปนไปกับหมอกที่ปกคลุมอยู่ทั่วหมู่บ้าน และเช่นเดียวกับบ้านอื่นๆในหมู่บ้าน บ้านของครอบครัวเลอเบลล์ก็เช่นกัน...
" ผมต้องขอบคุณ คุณจริงๆนะ ลอเรนซ์ นี่ถ้าไม่ได้คุณผมคงไม่รู้จะไปพักที่ไหนได้ และคุณยังต้องช่วยดูแลแผลที่ขาของผมอีกต่างหาก " เสียงพูดคุยในห้องนั่งเล่นของบ้านเลอเบลล์ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากลิลลี่และลูกทั้งสองเข้านอนไปแล้ว โดยการเริ่มบทสนทนาจากแขกผู้มาเยือน
" ไม่ต้องขอบอกขอบใจอะไรมากนักหรอก คนเราเวลาเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นเรื่องธรรมดา " เสียงตอบกลับจากเจ้าของบ้านผู้ที่ตอนนี้นั่งจิบชาสมุนไพรอุ่นๆที่ปลูกจากเรือนกระจกของเขาเอง
" จะว่าไป ชานี่รสชาติดีมากจริงๆนะ ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะปลูกมันขึ้นได้ทั้งๆที่สภาพอากาศภายนอกเลวร้ายขนาดนี้ "
" ขอบคุณครับ เพียงแต่ต้องใส่ใจกับมันมากเป็นพิเศษเหมือนกัน "
" 2-3วันนี่ ผมเห็นคุณอ่านหนังสืออะไรตั้งดึกๆดื่นๆ อย่าหาว่าผมสอดรู้เลยนะครับ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรที่ผมช่วยได้ ผมก็อยากจะตอบแทนคุณ "
" ผมต้อนรับแขก ด้วยความเต็มใจนะ ทานาส แล้วก็เรื่องกลุ้มใจที่ผมกลุ้มมาหลายปีแล้วก็คงมีอยู่เรื่องเดียว " ลอเรนซ์เริ่มเล่าถึงเรื่องสมุนไพรแสงจันทร์และโรคประหลาดวูฟฟ์ครายที่เขาต้องการจะหาทางสกัดยามารักษามันให้ได้
" เจ้าโรคนี่มันร้ายกาจจริงๆด้วย แต่ผมพอจะหาเงื่อนงำให้คุณได้บ้างนะ ลอเรนซ์ " ชายสูงวัยกว่าตอบกลับ
" จริงหรอ!!! ทานาส งั้นถ้าคุณไม่ว่าอะไรช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยจะได้มั้ย " เสียงตื่นเต้นเป็นของบุรุษนัยน์ตาแดงผมสีเงินที่ตอนนี้นัยน์ตาของเขาที่เป็นสีแดงอยู่แล้วลุกวาวราวกับไฟ



"อันชื่อนั้นช่างสำคัญเสมอเหมือน
ภายในเดือนหนึ่งหนึ่งจักพบสอง
ยามแรกเท็จอีกยามจริงหากเมียงมอง
ยามที่ปรอง เลื่อนห่างกันชั่วเจ็ดคืน

ออกเดินทางเมื่อตะวันสิ้นฟากฟ้า
หากนภาไร้เมฆาสว่างไสว
จงใช้นามนามนั้นนำเจ้าไป
สิ่งจักใคร่จักพบใกล้ฟ้าเอย"

หลังจากทานาสอ่านกลอนที่เป็นเงื่อนงำจากสมุดของเขาจบ เขาก็ยังกล่าวต่ออีกว่า นั่นเป็นกลอนที่เขาได้รับมาจากหมู่บ้านหนึ่งในระแวกนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนว่าเป็นกลอนที่กล่าวถึงวิธีหาต้นสมุนไพรแสงจันทร์ต้นนั้น ทานาสมักจะพกสมุดสีดำขนาดพอดีมือไว้สำหรับจดสิ่งต่างๆที่เค้าพบเจออยู่เสมอ มันเป็นเหมือนแหล่งความรู้ที่เขาได้จากการเดินทางที่ยาวนาน แต่เขาก็ไม่สามารถตีความของกลอนนี้ไปได้มากกว่าลอเรนซ์ที่ได้ฟังเป็นครั้งแรก
ส่วนทางด้านนายลอเรนซ์ เมื่อฟังจบก็ขอตัวไปค้นหาความหมายของกลอนนั้น
ขณะที่หิมะยังคงโปรยปรายอยู่ภายนอกบ้าน ยังความหนาวส่งผ่านให้แก่ตัวบ้าน หากไม่มีเตาผิงที่คอยช่วยทำหน้าที่ขจัดความหนาวเหน็บนั้น คนในบ้านคงไม่อาจนอนหลับอย่างเป็นสุขได้ เพียงแต่ลอเรนซ์ยังไม่เข้านอน เขายังคงเปิดตำราหาความหมายที่อาจถูกซุกซ่อนอยู่ในกลอนนั้น...


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เห็ดบ้าอ่า อ่านทีตาจะหลุด เหอๆๆ ทีเดียว3Entryเลยเรอะ ครั่กๆๆๆๆ
มันยังไม่จบนี่ฮ้าบบบบบบ!!!
#1  by  Cloudคุณหมีโฮกกกก At 2005-12-23 18:39, 
ไม่อยากจะบอกจริงๆมีอีก2entryแต่กัวเพื่อนๆตกใจน่าซีดอ่ะ แต่งเส็ดแล้ว แต่เด๋วอัพวันคริสต์มาส เย้ๆ
#2  by  mo0NL!Ght~เห็ดน้อย At 2005-12-23 23:05, 
เยอะมากเพื่อน จิตนาการเธอช่างกว้างไกล
#3  by  moo (58.64.100.122) At 2005-12-25 15:47, 

<< Home


Moonlight*Noon
View full profile